อาวุธ » FA-50 (Korea)เครื่องบินขับไล่/ฝึกสมรรถนะสูง รุ่น T-50TH ของกองทัพอากาศไทย

FA-50 (Korea)เครื่องบินขับไล่/ฝึกสมรรถนะสูง รุ่น T-50TH ของกองทัพอากาศไทย

16 ธันวาคม 2025
65   0

FA-50 ของไทย คือ เครื่องบินขับไล่/ฝึกสมรรถนะสูง รุ่น T-50TH ที่กองทัพอากาศไทยจัดหามาใช้งาน เพื่อภารกิจฝึกนักบินขั้นสูงและภารกิจโจมตีเบา โดยเป็นรุ่นที่ได้รับการปรับปรุงขีดความสามารถให้เทียบเท่ากับ FA-50 Block 10 มีปืนกล 20 มม. และติดตั้งระบบชี้เป้า Sniper ATP ทำให้มีความทันสมัยและใช้งานได้หลากหลาย. 

ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ FA-50 (T-50TH) ของไทย:

  • ผู้ผลิต: บริษัท Korea Aerospace Industries (KAI) ร่วมกับ Lockheed Martin.
  • บทบาท: เครื่องบินขับไล่โจมตีเบา และเครื่องบินฝึกนักบินขั้นสูง.
  • จำนวน: กองทัพอากาศไทยมีประจำการแล้ว 14 ลำ และมีแผนจัดหาเพิ่มอีก 2 ลำในอนาคต.
  • ประจำการ: ฝูงบิน 401 กองบิน 4 (ตาคลี).
  • ความสามารถ:
    • ความเร็วเหนือเสียง (Supersonic).
    • มีปืนกล M-197 ขนาด 20 มม. 3ลำกล้อง.
    • สามารถติดตั้งกระเปาะชี้เป้า Sniper ATP เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการโจมตี.
    • สามารถติดตั้งอาวุธได้หลากหลาย เช่น ระเบิดนำวิถี, จรวด. 

ทำไมถึงเรียกว่า FA-50 สำหรับกองทัพอากาศไทย:
แม้จะเรียกว่า T-50TH ในแง่ของการจัดหา แต่ได้รับการปรับปรุงให้มีขีดความสามารถเทียบเท่ารุ่นโจมตี FA-50 Block 10 จึงเป็นที่รู้จักในฐานะเครื่องบินรบที่มีความสามารถครบครันสำหรับกองทัพอากาศไทย 

เครื่องบินฝึก T-50/TA-50 โกลเดนอีเกิล

T-50 ถูกออกแบบเพื่อเป็นเครื่องบินไอพ่นความเร็วเหนือเสียงเพื่อภารกิจฝึกไอพ่นขั้นสูงและฝึกขับไล่ขั้นต้น ตัวเครื่องมีระบบควบคุมการบิน Fly-by-Wire แบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ ห้องนักบินติดตั้งจอแสดงผลแบบ MFD และ HUD เช่นเดียวกับเครื่องบินขับไล่ยุคใหม่ ทำให้นักบินสามารถถ่ายทอดทักษะไปยัง F-16, F-35 หรือเครื่องบินขับไล่รุ่นอื่นจากสหรัฐโดยตรง

TA-50 เป็นรุ่นเพิ่มขีดความสามารถ โดยติดตั้งเรดาร์ Pulse-Doppler สามารถตรวจจับเป้าหมายทางอากาศและภาคพื้นได้ พร้อมรองรับมิสไซล์อากาศสู่อากาศ แบบ AIM-9 ไซด์ไวน์เดอร์ และมิสไซล์อากาศสู่ผิวพื้นแบบ AGM-65 มาเวอร์ริก รวมถึงระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์และดาวเทียม T-50/TA-50 ติดตั้งเครื่องยนต์ F404-GE-102 ที่มีกำลังขับสูงช่วยให้มีสมรรถนะการบินเทียบเท่าเครื่องบินขับไล่เบา สามารถทำภารกิจคุ้มกันน่านฟ้า การโจมตีสนับสนุนภาคพื้น และการลาดตระเวนติดอาวุธได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

เครื่องบินขับไล่เบา FA-50 ไฟทิงอีเกิล

FA-50 Block 1/2

FA-50 Block 1 เป็นรุ่นขับไล่เวอร์ชันแรกที่พัฒนาจาก TA-50 โดยติดตั้งเรดาร์ EL/M-2032 ทำให้ตรวจจับและติดตามเป้าหมายทางอากาศและภาคพื้นได้ดียิ่งขึ้น อาวุธที่รองรับมีทั้ง AIM-9, AGM-65, ระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ GBU-12 และระเบิดธรรมดา จึงเหมาะกับการปฏิบัติการรบเบา การสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด และคุ้มกันน่านฟ้าในระดับพื้นฐาน ต่อมาใน Block 2 มีการติดตั้งเดต้าลิงก์ Link-16 รับส่งข้อมูลขั้นพื้นฐาน นอกจากนี้ยังรองรับระเบิด JDAM (GBU-31/32/38), CBU และสามารถติดกระเปาะชี้เป้า

FA-50 Block 10/50

FA-50 ทอ.เกาหลีใต้

FA-50 Block 10 ยังคงใช้เรดาร์เหมือน Block 1 (แต่สามารถอัปเกรดเป็น AESA) บล็อกนี้เสริมขีดความสามารถด้านอาวุธแม่นยำและระบบภารกิจ มีการเพิ่มกระเปาะชี้เป้า AN/AAQ-33 Sniper ทำให้สามารถใช้ระเบิด GBU-12 Paveway II (500 ปอนด์) ได้ด้วยตนเองไม่ต้องพึ่งการชี้เป้าจากภายนอก นอกจากนี้ยังรองรับ AIM-9 Sidewinder, AGM-65 Maverick และอาวุธทิ้งสู่พื้น

Block 50 พัฒนาต่อจาก Block 10 ใช้เรดาร์เหมือนเดิม เพิ่มเครื่องรับสัญญาณเรดาร์ (RWR) เพื่อให้นักบินรู้ตัวเมื่อถูกล็อกเป้า รวมถึงติดตั้งระบบตรวจจับไฟไหม้และอุปกรณ์ปล่อยเป้าลวง (chaff/flare) รองรับเดต้าลิงก์ Link-16 ขั้นสูงกว่าซึ่งทำงานประสานกับระบบเตือนภัย

FA-50 Block 20/70

Block 20 เป็นบล็อกที่เปิดประตูสู่การรบสมัยใหม่ ก้าวขึ้นสู่การเป็นเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจ บล็อกนี้เริ่มติดตั้งเรดาร์ AESA ซึ่งตรวจจับดีขึ้นและทนต่อการก่อกวนทางอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อผสมกับซอฟต์แวร์ใหม่ทำให้ บล็อกนี้รองรับมิสไซล์ AIM-120 AMRAAM สำหรับการยิงนอกระยะสายตา และรองรับ AGM-88E AARGM สำหรับการข่มการป้องกันภัยทางอากาศของข้าศึก

Block 70 ใช้เรดาร์ AESA รุ่นเดียวกับ Block 20 แต่เป็นสเปกที่ขยายขีดความสามารถให้ทำงานร่วมกับจอภาพแบบติดหมวก (HMD) ระบบอิเล็กทรอนิกส์ประมวลผลเร็วขึ้น รองรับมิสไซล์ AIM‑9X ที่ล็อกเป้าได้เพียงแค่หันศรีษะไปมองเป้าหมาย

กองทัพอากาศไทย

การจัดหา T-50/FA-50 ของกองทัพอากาศไทยแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ซึ่งแต่ละระยะมีความแตกต่างกัน ระยะที่ 1 เป็นการจัดหา T-50TH จำนวน 4 ลำ เข้าประจำการในปี 2015 เพื่อใช้ฝึกขับไล่ขั้นต้น รุ่นนี้ยังไม่มีเรดาร์หรือระบบอาวุธ จึงเหมาะสำหรับการฝึกต้นก่อนขึ้นใช้งานเครื่องบินขับไล่จริง ต่อมาในระยะที่ 2 จัดหา T-50TH เพิ่มเติม 8 ลำ แต่ได้รับการปรับปรุงระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายในบางส่วนให้ทันสมัยขึ้น แต่ยังไม่สามารถติดมิสไซล์ ต่อมาในระยะที่ 3 กองทัพอากาศปรับปรุงเครื่องบินเดิมจำนวน 2 ลำให้มีขีดความสามารถเทียบเท่า Block 10 โดยติดตั้งเรดาร์ EL/M-2032 ระบบ RWR และระบบเป้าลวง ทำให้สามารถใช้อาวุธบางอย่าง ต่อมาในระยะที่ 4 เป็นการจัดหา FA-50TH Block 10 อีก 2 ลำ

cr: https://th.wikipedia.org/wiki/T-50
https://www.google.com/TifNjcjGpeS_GVLXuv1